ถ้าคุณเป็นคนรักการแต่งกายทางเว็บเรามีเทคนิคกายแต่งกาย Blog

แฟชั่นเกาหลี 0

แฟชั่นเกาหลี แต่งตัวไปทำงานแบบไหน ไม่มีเอาท์ ดูดีและน่ามอง

แฟชั่นเกาหลี ไปทำงานนั้น สาว ๆ หลายคนมีความกังวล

แฟชั่นเกาหลี ว่า จะแต่งตัวแบบไหน ให้ออกมาดูดี น่ามอง และน่าสนใจ แบบไม่เชย ไม่ต้องเรียบร้อยแบบคุณป้า แต่เป็นการเรียบร้อยในสไตล์ของสาวยุคใหม่ ซึ่งวันนี้เรามีไอเดียการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสาวออฟฟิศ  ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

  • เสื้อเชิ้ตกับกระโปรง

เสื้อเชิ้ต สามารถนำ มามิกด์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับการแต่งงตัว ไปทำงานได้หลากหลาย แต่การเลิกือเสื้อเชิ้ตควรเป็น เป็นแนวแฟชั่น ที่ดูทันสมัย ใส่แล้วไม่แก่อย่างเทรนด์ที่ มาแรงในขณะนี้ก็คือ เทรนด์เสื้อผ้าเกาหลี ซึ่งเป็นมีเสื้อผ้าที่หลากหลายแนว รวมทั้ง ยังมีเสื้อเชิ้ตที่ใส่ทำงานได้  ซึ่งสามารถใส่ได้ทั้งกระโปรง หรือ กางเกงก็ได้ อยู่ที่คุณจะสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับบุคลิกของคุณนั่นเอง  ซึ่งจะทำให้คุณดูสวยเป็นสาวสมัยใหม่ ที่เก่งทั้งการทำงานและมีเสน่ห์อย่างยิ่งค่ะ

  • กระโปรงแบบต่าง ๆ

กระโปรงที่ใส่ทำงานนั้น จะต้องไม่ใช่กระโปรงที่ใส่แล้วดูโป๊ หรือสั้นจนเกินไป แต่ต้องเป็นกระโปรงที่ใส่แล้วดูสุภาพ  อีกทั้งยังสามารถกระโปรงที่ไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าเกาหลี ที่มีสไตล์ที่หลากหลาก ก็ช่วยในการแต่งตัวไปทำงานของคุณดูสวยงาม แต่คุณก็ควรที่จะเลือกใส่ กระโปรงให้เหมาะสมกับ รูปร่าง หากเป็นคนที่มีสะโพกใหญ่ ก็ไม่ควรที่จะใส่กระโปรงที่รัดรูปจนเกินไปนัก ควรใส่กระโปรงที่ช่วยการอำพรางสะโพก ของคุณได้ จะดูดีและสวยงามกว่าค่ะ  คาสิโน

  • กางเกงทรงสุภาพ

กางเกงใส่ทำงาน  จะต้องเป็นกางเกงที่มีทรงสุภาพ ไม่ใช่กางเกงรัดรูป หรือ กางเกงขาสั้น ซึ่งการเลือกกางเกงทรงสุภาพนั้นจะช่วยให้คุณผู้หญิงดูดี ที่มีเสน่ห์ มีความน่าสนใจ ซึ่งคุณควรที่จะเลือกสีกางเกงแบบพื้น ๆ เช่น สีดำ สีน้ำตาล สีน้ำเงิน เป็นต้น อีกทั้งยัง ต้องเสือกทรงกางเกงให้เหมาะ กับรูปร่างของคุณด้วย จึงจะสามารถใส่ออกมาแล้วดูสวย เหมาะสม และมีความพอดี ซึ่งผู้หญิงแต่ละคนจะมีรูปร่าง ที่แตกต่างกัน ดังนั้นก็ควรเลือกใส่กางเกงให้เหมาะกับหุ่นมากที่สุด

  • ชุดเดรสทำงาน

เป็นการแต่งตัวที่ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี และมั่นใจขึ้นได้ แต่ก็ควรที่จะเลือกชุดเดรสทำงาน ที่มีสีพื้น หรือ สีที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ความยาวก็ควรปะมาณเข่า ไม่ยาวจนรุ่มร่ามหรือไม่สั้นจนเกินไป เน้นความสุภาพ และดูดีเป็นหลัก และ ก็สามารถหาเสื้อสูทสวย ๆ สักตัวในการมาสวมทับ เพื่อให้ดู เป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย แต่งตัวถูกกาลเทศะ  หรือ จะหาเครื่องประดับสวย ๆ มาใส่เพิ่มความทันสมัย

 

 

 

 …

0

6 อันดับรองเท้าสนีกเกอร์ยอดนิยมตลอดกาล ตอน 1

รองเท้าผ้าใบหนึ่งในไอเทมคู่ใจการแต่งตัวของแฟชั่นในยุคนี้ทำให้หลายแบรนด์พยายามคิดค้นไอเดียใ
หม่ๆใส่เข้าไปตลอดเวลาเพื่อให้สินค้าขนิดนี้ขายดีมากขึ้น
แม้บางรุ่นจะล้มเหลวเมื่อไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่กับบางรุ่นมันได้รับการตอบรับที่ดีแบบสุด
และนี่คือ 6 สนีกเกอร์ยอดนิยมที่เรานำมาฝากในสามอันดับแรก
Adidas Superstar
ความนิยมของสนีกเกอร์คงไม่มีใครจะมาแรงเท่ากับแบรนด์สัญชาติเยอรมันรายนี้อีกแล้ว โดยAdidas
Superstarเป็นอีกหนี่งรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่ายแถมมันยังได้รับก
ารตอบรับที่ดีเยี่ยมจนมีดสียงเรียกร้องให้ผลิตเพิ่มจนในเวลานั้นมันทำยอดขายแซงหน้าไนกี้คู่แค้นไปอีก
ระดับเลยทีเดียว
ซึ่งด้วยดีไซน์ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เพราะมีที่มาที่ไปจากจุดเริ่มต้นของรองเท้านักบาสเก็ตบอลในสมัยก่
อน
และยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาจนถึงเวลานี้จึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องแถมราคาก็ไม่แ
พงอีกด้วย
Adidas NMD
Adidas Superstar อาจได้ชื่อยอดทำรายรับได้เอยะ และเป็นที่นิยมตั้งแต่วางจำหน่าย
หากแต่พูดถึงรองเท้าอาดิดาสที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็ต้องยกให้ Adidas NMD
ที่จนถึงเวลานี้แม้มันจะวางจำหน่ายมานาน ทว่ายังคงได้รับความนิยมแบบสุดๆไม่มีเสื่อมคลาย โดย
Adidas NMD วันแรกที่วางจำหน่ายถึงขั้ขนมีคนเปิดพรีออเดอร์
และยอมอดนอนเพื่อไปรอรับของกันตั้งแต่เช้ามืดบางคนโดดงานโดเรียนไปบ้างก็มี
และถึงแม้จะเวลาผ่านไปนานก็ยังมีคนนิยมไปซื้อเจ้ารุ่นนี้มาใส่อยู่เรื่อยๆ Adidas NMD
ถือเป็นรองเท้าที่เหมาะสำหรับทั้งใส่ไปเที่ยวตามแฟชั่น
และยังเป็นรองเท้าที่สามารถใช้ในการออกกำลังกายกันได้อีกด้วย
Nike Roshe Run
ตัดมาดูที่อีกฝั่งอย่างไนกี้กันบ้างกับ Nike Roshe Run
ซึ่งถือเป็นรุ่นเรือธงของไนกี้เลยก็ว่าได้สำหรับสนีกเกอร์แฟชั่น
เพรระมันเรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากนับตั้งแต่ถูกปล่อยมาวางจำหน่ายในปี 2017
ก็ได้รับความนิยมมาโดยตลอด
โดยวัสดุที่นำมาใช้ส่วนใหญ่มาจากผ้าทำให้มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้นแถมยังให้ความรู้สึกเ
บาสบายเวลาสวมใส่จึงเป็นที่นิยมอย่างมากนั่นเอง
นอกจากนี้พื้นของรองเท้ายังใช้วัสดุพิเศษทำให้มันมีความยืดยุ่นสูง และถึงแม้จะหนา
แต่ก็มีตฃความเบามากๆใส่แล้วเดินสบายสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วอีกด้วย…

0

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยจักรพรรดิ

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยม
เมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัย
สามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขินนอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะ
ประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่
เหมาะกับสมัยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
จึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาคไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์
เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมา
โดย ชุดพระราชนิยมจะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยจักรพรรดิชุดประเภทที่ 6 จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยจักรพรรดิ
ชุดไทยจักรพรรดิ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานเป็นพระที่นั่งองค์ประธาน ของหมู่พระมหามณเฑียร
มีความสำคัญเป็นพระราชพิธีมณฑล โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก,พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประทับที่พระที่นั่งองค์นี้เป็นการถาวร รัชกาลต่อๆ มา
ประทับช่วงสั้นๆ ตามกำหนดพระราชพิธี
ชุดไทยจักรพรรดิ ถือเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่หก
สำหรับใช้ในโอกาสพิเศษที่ต้องมีการแต่งตัวเต็มยศ
โดยลักษณะของชุดไทยจักรพรรดิ ใช้ซิ่นไหมหรือยกทอง เอวจีบ
จีบหน้า มีชายพก ห่มแพรจีบแบบไทย เป็นชั้นที่หนึ่งก่อน
แล้วจึงใช้สไบปักอย่างสตรีบรรณาศักดิ์สมัยโบราณ
ห่มทับแพรจีบอีกชั้นหนึ่ง ใช้เข็มขัดไทยคาด
นอกจากนี้ ชุดไทยจักรพรรดิ
ยังตกแต่งด้วยเครื่องประดับอย่างสวยงาม ไล่ตั้งแต่ รัดแขน
รัดเกล้า สร้อยสังวาลย์ สร้อยข้อมือ ต่างหู สร้อยคอต่างๆ
จึงมักใช้สำหรับงานที่เป็นพิธีรีตองมากกว่าชุดไทยจักรี อย่างเช่น
งานแต่งงาน งานพิธีหรือราชพิธีต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ
สรุปคือ ชุดไทยจักรพรรดิ
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพระราชพิธีที่เป็นทางการและยิ่งใหญ่
ใช้สไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นทรงรัดรูป เกาะอก,
คอเสื้อไม่มี, แขนเสื้อเป็นแบบไม่มีแขน, ลักษณะผ้าถุงมีหน้านาง
และชายพก นั่นเอง…

0

UNIQLOเเบรนด์ที่สร้างยอดขายอย่างถล่มทลาย

วงการเสื้อผ้าในทุกวันนี้มีการเเข่งขันกันอย่างสูงมากทุกเเบรนด์ต้องการที่จะให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย
เเละที่ผ่านมาเเบรนด์ที่ร้อนเเรงที่สุดในเวลานี้ต้องยกให้ UNIQLOที่มีผู้คนให้การยอมรับว่าเป็นสินค้าชั้นดีเเละสามารถเข้าถึงกับผู้คนได้ง่าย
ใครๆสามารถซื้อได้ด้วยราคาไม่เเพงเเละเป็นของดีอีกด้วยยูนิโคล่ เริ่มจากการเป็นบริษัทผลิตเสื้อผ้าผู้ชาย ชื่อ โอโกริ โชจิ
ก่อตั้งในปี พ.ศ.2492 ในจังหวัด ยามะกุจิและต่อมาขยายเปิดร้านเสื้อผ้าของทั้งชายหญิง ภายใต้ชื่อ Unique
Clothing Warehouse โดยชื่อของแบรนด์มาจากคำว่า “unique” คือมีความเป็นเอกลักษณ์ และ “clothing” คือเสื้อผ้า
หมายถึงเสื้อผ้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์บริษัทฟาสต์รีเทลริ่งได้จดทะเบียนในกระดานรองของตลาดหลักทรัพย์โตเกียวในปี 2540
และได้ย้ายเข้ากระดานหลักในปี 2542 และในปี 2548เปลี่ยนโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง เพื่อความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ
สินค้าของ UNIQLO นั้นขายดีขึ้นเรื่อยๆ ในปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2560 บริษัทคาดการณ์ว่าจะมียอดรายได้ 1.85 ล้านล้านเยน
หรือประมาณ 592,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีกำไร 100,000 ล้านเยนคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 942 เยน ณ ราคาหุ้นที่ 35,200 เยน คิดเป็นอัตราส่วน
ราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) 37.36 เท่าปัจจุบัน ร้านยูนิโคล่ ได้เปิดในต่างประเทศหลายสาขา
โดยเน้นเอเชียแปซิฟิก มีร้านในจีน 457 แห่ง ในเกาหลีใต้ 155 แห่ง ไต้หวัน 63 แห่ง ฟิลิปปินส์ 40 แห่ง มาเลเซีย 35 แห่ง ไทย 30 แห่ง
สิงคโปร์ 25 แห่ง และ อินโดนีเซีย 10 แห่ง ส่วนในซีกโลกตะวันตกนั้น มีร้านที่สหรัฐอเมริกา 49 แห่ง ฝรั่งเศส 15
รัสเซีย 14 สหราชอาณาจักร 10 เยอรมนี 4 เบลเยียมและแคนาดา ประเทศละ 2 ร้าน
ยูนิโคล่ ได้เน้นการมีนวัตกรรม ได้พัฒนานวัตกรรม heat tech ทำให้เสื้อผ้ามีความบาง แต่ให้ความอบอุ่น
เสื้อผ้าหน้าหนาวจึงไม่จำเป็นต้องหนาเทอะทะอีกต่อไปเเละบริษัทมีแผนที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ชั้นบนของแวร์เฮาส์ในย่าน
อะริอะเกะ ซึ่งจะมีพื้นที่ 16,529 ตารางเมตรและคาดว่าจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งนโยบายของบริษัทจะเป็นผู้ค้าปลีกที่ใช้พลังจากโลกดิจิตอล
เเละเสื้อผ้าของ UNIQLO จะเป็นเสื้อผ้า ที่นำนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น เสื้อผ้าหน้าร้อน
ที่เรียกกันว่า Sarafine เป็นเทคโนโลยีที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายต่อผู้สวมใส่ และระบายเหงื่อได้ดี
ขณะที่หน้าหนาวก็มีเสื้อ HEATTECH ที่ให้ความรู้สึกอุ่นสบายรวมทั้งแจ็กเกตขนเป็ด Ultra Light Down ที่กันหนาวได้ดี
เสื้อผ้าทุกชิ้นของทางร้านจะทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปรู้สึกว่าได้ใช้ของดีราคาถูกทำให้ UNIQLO เป็นที่รู้จักเเละสนใจจากคนในทั่วโลก
เเละที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้อย่างมากมายเลยทีเดียวเเละนี้คือเเบรนด์ดังของโลกที่ได้ผลิตเสื้อผ้าชั้นดีให้กับผู้คนได้สวมใส่
UNIQLO สามารถเข้าถึงผู้คนได้ทุกเพศทุกวัยเเละเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพสูงอย่างมากทำให้หลายคนที่ต้องการซื้อเสื้อผ้ามีความต้องการมองหาเเบรนด์ UNIQLO มาสวมใส่…

0

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยจิตรลดา

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาคไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์
เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมาโดย ชุดพระราชนิยม
จะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยจิตรลดาชุดประเภทที่ 2 จาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยจิตรลดา
ชุดไทยจิตรลดา ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบที่สอง
สำหรับใช้ในโอกาสงานพิธีที่ค่อนข้างเป็นทางการ อาทิเช่น
งานพิธีกลางวัน หรือ งานพิธีที่ผู้ชายแต่งเต็มยศหรืองานต้อนรับประมุขที่มาเยือน
จึงมีลักษณะที่เป็นทางการมากกว่าชุดไทยเรือนต้นส่วนรูปแบบการตัดเย็บ ชุดไทยจิตรลดา
จะตัดเย็บด้วยผ้าไหมเกลี้ยงมีเชิง หรือทอยกดอกทั้งตัวก็ได้
ตัดเป็นซิ่นยาว ป้ายหน้า เสื้อคนละท่อนกับซิ่น
คอกลมมีขอบตั้งน้อยๆ ผ่าอก แขนยาว แต่ไม่ต้องไม่ต้องประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
นอกจากนี้ ชุดไทยจิตรลดายังไม่จำเป็นต้องบังคับว่าใช้ผ้าชนิดใดในการตัดเย็บ
ขอเพียงเลือกให้ให้เหมาะสมตามแต่วาระโอกาสและสถานที่เป็นพอ โดยที่ผ่านมาเราได้เห็นผู้คนมากมายสวมใส่ชุดไทยจิตรลดา
ในช่วงถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
สรุปคือ ชุดไทยจิตรลดา
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพิธีที่ค่อนข้างเป็นทางการ ไม่สวมใส่
สไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหน้าและติดกระดุม,
คอเสื้อกลม ขอบตั้ง, แขนเสื้อเป็นแขนยาว และ ลักษณะผ้าถุง คือ
ไหม หรือ ซิ่นป้ายหน้า นั่นเอง…

0

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยเรือนต้น

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะ
ประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรมของคนไทยด้วยกัน
ซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่เหมาะกับสมัย
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค
ไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมา
โดย ชุดพระราชนิยมจะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยเรือนต้น
ชุดประเภทแรกจาก 8 ชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยเรือนต้น
ชุดไทยเรือนต้น ตั้งชื่อตามเรือนต้น
เป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบหนึ่ง สำหรับใช้ในโอกาสลำลอง
ไม่เป็นพิธีการ เช่น งานกฐิน เที่ยวเรือ วันสำคัญทางศาสนา หรือ
งานทำบุญต่างๆ เป็นต้น เปรียบคืองานที่ไม่เป็นพิธีการมากนัก
ส่วนรูปแบบการตัดเย็บ ชุดไทยเรือนต้น จะตัดเย็บด้วยผ้าซิ่น
มีริ้วตามยาว หรือ ขวางยาวจรดข้อเท้า ป้ายหน้า
สีของเสื้อจะกลมกลืนหรือตัดกันกับ ผ้าซิ่นก็ได้
แต่ข้อสำคัญคือต้องเลือกใช้ผ้าที่ใช้ตัดให้เหมาะสมกับเวลาและสถานที่
นอกจากนี้ ชุดไทยเรือนต้น จะเป็นชุดคนละท่อนแขนสามส่วนผ่าอก กระดุมห้าเม็ดคอกลมตื้นไม่มีขอบ
เครื่องประดับที่นิยม
คือติดเข็มกลัดขนาดใหญ่พอสมควรเหนืออกเสื้อด้านซ้าย ส่วน
ตุ้มหู ต้องเป็นแบบติดกับใบหู สร้อยคอประเภท ไข่มุก หรือ
สร้อยทองสามสาย สามารถสวมใส่ได้ แต่ไม่ต้องคาดเข็มขัด
สรุปคือ ชุดไทยเรือนต้น เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสลำลอง
ไม่สวมใส่ สไบ, เสื้อด้านหน้า ผ่าหน้า และ ติดกระดุม, คอเสื้อกลม
ไม่มีขอบ, แขนเสื้อเป็นแขนสามส่วน และ ลักษณะผ้าถุง คือไหมหรือ ซิ่นป้ายหน้า นั่นเอง…

0

เทคนิคดี ๆ ในการใส่รองเท้าผ้าใบมาทำงาน

เรื่องการแต่งตัว เป็นเรื่องที่สาว ๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ยิ่งเป็นสาวออฟฟิตที่ไม่มีเครื่องแบบให้แล้วล่ะ ยิ่งคิดหนักเข้าไปอีก
บางคนก็อยากใส่รองเท้าผ้าใบมาทำงาน แต่กลับทำให้คิดไม่ตกเข้าไปอีก
ว่าจะใส่ยังไงไม่ดูเหมือนจะไปเที่ยว วันนี้เราจึงอาสารวบรวมเทคนิคดี ๆ
ในการใส่รองเท้าผ้าใบไปทำงานมาฝากกันคะ
1. ใส่กับเบลเซอร์
ถ้าใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกง แล้วมาทำงาน ก็ดูจะไม่เหมาะสม
เพราะเหมือนกำลังจะไปเที่ยวมากกว่ามาทำงาน
เพียงแค่คุณหาเบลเซอร์สักตัวมาใส่คุมทับก็จะช่วยคุณได้มากทีเดียวเลยละ
2. ใส่กับกระโปรงพลีท
หนึ่งอย่างที่สาว ๆ ต้องมีติดตู้เสื้อผ้านั้นก็คือ กระโปรงพลีท
ซึ่งการใส่กระโปรงพลีทคู่กับรองเท้าผ้าใบไปทำงาน
จะช่วยให้คุณดูไม่หวานจนเกินไป ดูทะมัดทะแมงได้แบบง่ายๆ

3.สวมกับแจ็คเก็ตหนัง
แจ็กเก็ตหนัง เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สาว ๆ ควรมี
เพราะไม่ว่าจะใส่คู่กับกระโปรง หรือ กางเกง
ก็จะเพิ่มให้เราดูเท่พอเอาแมทซ์กับรองเท้าผ้าใบ
ก็จะยิ่งทำให้เราดูเท่เข้าไปอีก
4. จับคู่กับชุดสูท
ลองจับคู่สูทสีเก๋ ๆ เช่น ชมพู เทา น้ำตาลแดง
หรือสีอะไรก็ได้ที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
นำมาแมทซ์กับรองเท้าผ้าใบสีพื้น ๆ สักคู่
ก็จะช่วยให้คุณดูดีขึ้นมาเลยทีเดียวละ
5. ใส่กับกางเกงลายทาง
ลองใส่เสื้อผ้าที่เป็นลายทางคู่กับรองเท้าผ้าใบสีพื้น ๆ
คุณก็จะได้ลุคที่ไม่ดูเป็นทางการเกินไป และดูมีลูกเล่นน่าค้นหา
เหมาะสำหรับสาว ๆ ออฟฟิตเป็นอย่างมาก
6. ใส่กับกางเกงยีนส์
หากคุณไม่รู้จะแต่งตัวอย่างไรแล้ว ยีนส์ เป็นทางออกที่ดีที่สุด
เพราะยีนส์สามารถนำมาแมทซ์กับอะไรก็ได้บนโลกใบนี้
ให้ลุคที่ดูทะมัดทะแมงแต่ก็ยังแต่งไปทำงานได้อยู่
7. จับคู่กับแม็กซี่เดรส
สำหรับใครที่ชอบใส่แม็กซี่เดรส
แล้วไม่อยากดูเป็นสาวหวานมากเกินไป
แนะนำให้ใส่เดรสคู่กับรองเท้าผ้าใบ ก็จะได้ลุคที่ดูแมนขึ้นมาหน่อย
แต่ก็ไม่หวานจนเกินไปกำลังพอดี
8. ใส่กับกางเกงขายาว
บางที่การใส่กางเกงยีนส์
แล้วออกไปพบลูกค้าอาจจะไมเหมาะสมสักเท่าไร

กางเกงผ้าจึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยคุณได้
แล้วใส่คู่กับร้องเท้าผ้าใบก็จะให้ลุคทะมัดทะแมงแบบสาวสมัยใหม่
9. ใส่กับชุดเดรส
รองเท้าผ้าใบสามารถเข้ากับชุดเดรสได้เป็นอย่างดี
แล้วยังช่วยเสริมให้ดูทะมัดทะแมงมากกว่าเดิมด้วย
และที่สำคัญก็ไม่มีใครกำหนดไว้ว่าต้องใส่เดรสคู่กับรองเท้าส้นสูงเท่านั้น
ลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้างก็ได้
10. จับคู่กับเสื้อเชิ้ต
เสื้อเชิ้ตเป็นเครื่องแต่งกายที่สุดแสนจะคลาสิก
เพราะสามารถใส่คู่กับอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นกางเกง หรือว่ากระโปรง
แต่งออกมาแล้วดูดี เหมาะกับทุกสถานการณ์แน่นอน…

0

4 ข้อห้ามเรื่องแต่งกายในหน้าฝน

ประเทศไทย ซึ่งอยู่ในเขตเมืองร้อนมักไม่คุ้นชินกับหน้าฝนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ยิ่งในปัจจุบันที่ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล
การแต่งกายให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ลำบากยิ่งนัก
และอาจดูผิดกาลเทศะไปบ้างในบางทีอย่างไรก็ตาม
แม้ปัจจุบันแฟชั่นหน้าฝนจะครอบคลุมมาถึงเมืองไทยและมีเสื้อผ้าให้เลือกใส่มากมาย
แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่การตัดสินใจของคุณจะถูกต้อง และนี่คือ 4 ข้อห้ามในหน้าฝน ที่คุณต้องไม่พลาด
หากไม่อยากพังต่อหน้าธารกำนัล

1.ห้ามใส่เสื้อผ้าสีขาว
อย่างที่เราทราบกันดี หน้าฝน เป็นฤดูกาลแห่งความชุ่มชื่น
ดังนั้น ทุกสถานที่จึงเต็มไปด้วยน้ำซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้คุณมีโอกาสเปียกปอน
โดยเฉพาะน้ำขังตามพื้นดินที่เราไม่ทราบว่ามันจะแจ๊คพ็อตกระเด็นมาโดนเราตอนไหน
ดังนั้น เสื้อผ้าสีขาว ที่สกปรกได้ง่ายจึงควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมากในช่วงฤดูฝน
เพราะนอกจากเป็นรอยเปรอะเปื้อนทำความสะอาดยากแล้ว สาวๆก็คงไม่อยากโชว์สัดส่วนท่ามกลางผู้คน
ยามที่เสื้อผ้าสีขาวเปียกปอนไปทั้งตัว กระนั้น
หากคุณมั่นใจว่าสถานที่ที่ต้องเดินทางไปจะไม่มีแอ่งน้ำขังขวางหู ขวางตา การเลือกเสื้อผ้าสีขาวมาสวมใส่ก็พอจะอนุโลมกันได้
แต่หากจะเอามาสวมใส่ทั้ง 7 วัน ตลอดสัปดาห์ อันนี้คงต้องขอห้ามจากใจจริง

2.ห้ามใส่เสื้อผ้ายาวถึงข้อเท้า
คล้ายคลึงกับข้อแรก การห้ามสวมใส่เสื้อผ้ายาวถึงข้อเท้า
อาทิเช่น ชุดเดรส คือข้อห้ามที่ควรตระหนักเพราะแม้คุณจะมั่นใจว่าฝนหยุดตกแล้ว
แต่น้ำที่แฉะอยู่ตามท้องถนนและทางเดินก็มีโอกาสที่จะกระเด็นมาโดนเสื้อผ้าของคุณ
ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสเกิดคราบสกปรกที่ยากต่อการทำความสะอาด
บนเสื้อผ้าตัวเก่งของคุณจึงไม่ควรเอาเสื้อผ้าที่ยาวถึงข้อเท้ามาสวมใส่ในช่วงฤดูฝน
เพราะหากแย่ที่สุด คุณอาจไม่ได้หยิบเสื้อตัวนี้มาใส่อีกเลย

3.ห้ามใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนัง
ด้วยความที่สวมใสสบายและเหมาะกับทุกกิจกรรม
มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ รองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้าหนัง
จะเป็นอาวุธคู่กายของใครหลายคน ที่ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน
มักต้องหิ้วรองเท้าคู่โปรดติดตัวไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ฤดูฝน เปรียบเสมือนนรกสำหรับรองเท้าผ้าใบ และ รองเท้าหนัง
เพราะคุณคงไม่ต้องการเห็นภาพสวมใส่รองเท้าคู่โปรดลุยน้ำนอกจากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น
ยังหมายถึงความอับชื้นที่กลายเป็นส่งกลิ่นเหม็นตามมาด้วย

4.ห้ามสวมเสื้อผ้าหนา
หลายคนอาจสงสัย ฤดูฝน ทั้งชื้นทั้งหนาว
จะให้เสื้อผ้าบางได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริง เสื้อผ้าที่หนา
มักแห้งได้ยากยามโดนฝน แถมหากเปียกมากๆ
ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหยักที่คุณแบกรับตามไปด้วย
ดังนั้น สิ่งที่ควรทำให้ฤดูฝน คือการหาเสื้อผ้าบางๆ สวมใส่
แต่อาจมีการสวมใส่คลุมทับสองชั้น และไม่ควรเป็นเสื้อผ้าสีขาวอย่างที่เราได้บอกไปข้างต้น
เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมออกไปผจญภัยในฤดูฝนแบบหายห่วงได้แล้ว…

0

การเลือกซื้อพลอยที่ดี

อัญมณีเลอค่าอย่าง “พลอย”รวมถึงชอบในความหมายดีๆ ความเป็นมงคลที่แฝงอยู่ในอัญมณีชนิดนี้
แต่บางครั้งก็เป็นการยาก สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์พอที่จะแยกแยะได้ว่า พลอยเม็ดไหนคือ พลอยแท้ หรือ
พลอยปลอม บทความนี้จึงมาบอกเทคนิคการเลือกวื้อพลอยที่ถูกต้อง

1.”สี” ควรเลือกซื้อพลอยที่มีสีเข้มสดใส เช่น ทับทิม ควรมีสีแดงสดไม่อมดำ หรืออมม่วง
ไพลินควรมีสีน้ำเงินสดไม่อมดำ หรืออมเขียว มรกตควรมีสีเขียวเข้มสด

2.”น้ำ” (เนื้อพลอย) ควรมีลักษณะเป็นมันวาว และฉ่ำเหมือนมีน้ำอยู่ข้างใน
เนื้อพลอยไม่แห้งเหมือนเอาก้อนพลาสติกมาเจียระไน

3.”สะอาด” ควรเลือกพลอยที่มีเนื้อใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ไม่มีตำหนิ หรือรอยแตกอยู่ภายในเนื้อ เพราะรอยแตก
หรือรอยต่าง ๆ จะทำให้ประกายของพลอยเม็ดนั้นลดความประกายลง

4.”ไฟ” คือแสงสะท้อนที่มาจากพลอย ให้สังเกตดูว่ามีประกายมากน้อยเพียงใด เมื่อนำมาส่องกับไฟ
ซึ่งถ้ามีประกายดีจับตาก็แสดงว่าพลอยนั้นมีคุณภาพดี

5.”รูปร่าง” พลอยที่ทำการเจียระไนแล้ว อาจมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป เช่น รูปหัวใจ รูปหยดน้ำ รูปทรงกลม
รูปไข่ รูปมาคีส์ รูปสี่เหลี่ยม หรือรูปทรงอื่น ๆ ตามลักษณะที่ได้ออกแบบไว้
ซึ่งพลอยจะต้องมีรูปร่างสัดส่วนกับความกว้างของหน้าพลอย ถ้าหน้าพลอยกว้างมากไป แต่ก้นพลอยบางเกินไป
จะทำให้ไฟดูไม่เป็นประกาย

6.”น้ำหนัก” ควรเลือกซื้อพลอยที่มีน้ำหนัก 1 กะรัดขึ้นไป เพราะพลอยที่มีน้ำหนักมากกะรัต
จะย่อมมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับนำไปให้ลูกหลาน หรือเพื่อนำไปขายต่อไป

7.”ราคา” ควรเลือกซื้อร้านที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นที่รู้จัก หรือที่คิดว่าเหมาะสม และไม่แพง
เพราะราคาของพลอยในแต่ละร้านย่อมไม่เท่ากัน ซึ่งร้านที่มีราคาถูกมาก พลอยอาจจะไม่ได้คุณภาพก็ได้
เพราะฉะนั้นจึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนซื้อ

การให้เกรดไล่จากสะอาดมากจนมีรอยชัด
C = Clean
LI1 – LI2 = Lightly Included
MI1 – MI2 = Moderately Included
VI1 – VI2 = Visibly Included
HI = Heavily Included

การแยกพลอยตามสี
สีขาว เรียกกันว่า White Sapphire ค่ะ เป็นคอรันดัมบริสุทธิ์ ไม่มีธาตุอื่นๆเจือปน
สีน้ำเงิน เรารู้จักกันในนาม ไพลิน หรือ นิลกาฬ(Blue Sapphire)
สีแดง เรารู้จักกันในนาม ทับทิม (Ruby)
สีเหลือง เราเรียกกันว่า บุษราคัม (Yellow Sapphire)
สีเขียว เรียกว่า เขียวส่อง (Green Sapphire)
และยังมีปรากฎการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Star Sapphire หรือมีรูปดาวปรากฎอยู่บนพลอย…

0

ดูดีได้แบบประหยัดงบ

 

1.การเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
เพราะเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นสิ่งที่เสริมบุคลิกภาพที่สุด ชุดของผู้หญิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นอย่างไร
ต้องเลือกที่คัทติ้งดีๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่ถ้าให้ดีควรจะซื้อตอนลดราคา 50-80%
เพราะของตอนเซลล์จะมีดีเฟ็คเสียส่วนมาก ไม่แนะนำของจากสำเพ็งหรือแพลทตินั่ม
ถูกก็จริงแต่คุณภาพการเย็บก็ตามราคาค่ะ เช่น เสื้อสเวตเตอร์ตัวสั้น ใส่กับกระโปรง-กางเกงเอวสูงดีที่สุด
ส่วนสำหรับสเวตเตอร์ตัวยาว ไปกันได้ดีมากๆ กับช้อตท์แพนท์ เลกกิ้ง และกางเกงขาเดฟ
แต่ถ้าใครอยากใส่กระโปรงมากกว่า ก็สามารถใส่กระโปรงได้

2.ทรงผม เลือกทรงที่รับกับใบหน้าและบุคลิก อันนี้ต้องหาร้านเสริมสวยระดับกลาง
การคัดสรรจากช่างผมมืออาชีพและสถิติ รวมทั้งความเหมาะกับใบหน้า ที่มีช่างมืออาชีพตัดให้ แต่ไม่แพงมากนัก
แต่ต้องยอมลงทุนนิดหนึ่ง จากนั้นเข้าร้านเล็มทรง 3 เดือนครั้ง เพราะฝีกรรไกรที่ฝากไว้ที่ผมของเรา
ช่างอาชีพจะรู้เลยว่าฝีมือระดับไหน

3.การแต่งหน้า
แต่ต้องเลือกอย่างระวัง ให้เหมาะกับสภาพผิว และสีผิว เครื่องสำอางหลายอย่างราคาหลักร้อย
อย่างฮาดะลาโบ ฯลฯ ที่สำคัญซื้อใช้ทีละแบรนด์อย่าใช้มั่ว เพราะหากแพ้ขึ้นมาจะได้รู้
ว่าเกิดจากตัวไหน

4.รองเท้า
เลือกรองเท้าที่ดีและมีคุณภาพหน่อย เพียงคู่เดียว แบบเรียบ สีดำหรือน้ำตาล
ใส่ได้ทุกโอกาส เอาแบบที่ใส่แล้วไม่กัด เดินได้ทน สบายฝ่าเท้า จะช่วยเสริมบุคลิกภาพ
และความมั่นใจให้กับเราอีกด้วย

5.เล็บมือเท้า
การจะสวยและดูดีนั้นเล็บก็เป็นสิ่งสำคัญ อาจจะทาแค่ตัวบำรุงหรือไม่ทาเลยส่วนเล็บเท้า
ถ้าใส่รองเท้าหน้าเปิดต้องทาเล็บเลือกแบบสีสุภาพ ถ้าเล็บลอกต้องรีบเช็ดออก อย่าปล่อยให้กระดำกระด่าง
ไม่ควรปล่อยปะละเลยจนเล็บดูไม่เป็นรูปทรง โดยควรตัดเล็บให้สั้นพอสมควรไม่ปล่อยยาวจนเกินไป
และควรตัดหนังแข็งๆ รอบๆ เล็บให้สะอาดบ้าง นอกจากนี้ ไม่ควรเข้าร้านทำเล็บบ่อยเกินไป
เพราะช่างมักจะมีการแคะซอกเล็บ หรือตัดจมูกเล็บออกบ่อยๆ จนผิวบริเวณซอกเล็บหรือจมูกเล็บเกิดความเสียหาย
แต่ก็ไม่ควรทาเล็บบ่อยและไม่ควรใช้น้ำยาล้างเล็บมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากบางครั้ง
ยาทาเล็บไม่มีคุณภาพ สารเคมีที่อยู่ในยาทาเล็บจะเข้าไปทำลายเนื้อเล็บจนทำให้เล็บเหลืองไม่สดใส
ส่วนน้ำยาล้างเล็บก็จะทำให้เล็บแห้ง แตก หักง่าย

6.บุคลิกภาพที่ดูดี
การมีบุคลิกภาพที่ดีย่อมทำให้เราดูดีอยู่เสมอ เช่น นั่ง เดินหลังตรง ไม่เดินเร็วไป ช้าไป แกว่งแขนให้ได้องศาพอดีๆ
ฯลฯ ก็จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้นอีกมากทีเดียว…

0

แต่งตัวอย่างไรให้ฮอตในหน้าฝน

เรื่องกายแต่งตัวไม่เข้าใครออกใครแม้ผู้หญิงจะได้ชื่อว่าเป็นเพศที่รักสวยรักงามมากกว่า
แต่สำหรับหนุ่มๆ บางคนพวกเขาก็ชื่นชอบการแต่งกายให้ตัวเองดูดี
และใช้เวลาวุ่นวายอยู่กับการ Keep Lookไม่แพ้ชะนีน้อยทั้งหลาย
ดังนั้น ย่างเข้าหน้าฝนทีไรผู้ชายเหล่านี้จึงมักมีปัญหากับกายแต่งตัวทุกครั้ง
เนื่องจากเสื้อผ้าที่เคยใส่ลุย มันช่างสวนทางกับสภาพอากาศที่เปียกปอนเหลือเกิน
พาลทำให้สวมใส่อะไรก็ไม่มั่นใจไปเสียหมด แต่วันนี้ปัญหาดังกล่าวของหนุ่มจะหมดไป
เพราะเราได้นำแนวทางการแต่งตัวให้ดูฮอตฮิตในช่วงหน้าฝนมาฝากกัน รับประกันว่าบทความที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้
จะช่วยให้คุณคลายความกังวลเรื่องการแต่งกายในหน้าฝนไปอีกเยอะ
อันดับแรก ที่หนุ่มๆ ต้องให้ความสำคัญ
คือเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สามารถระบายอากาศได้ดียิ่งโดนน้ำก็ต้องแห้งเร็ว เช่น ผ้าลินิน หรือ ผ้าฝ้าย
ส่วนกางเกงไม่แนะนำให้ใส่ยีนส์
ทางที่ดีเลือกกางเกงชิโนหรือกางเกงผ้าที่เวลาโดนน้ำแล้วสามารถแห้งได้เร็ว
ถัดมาเป็นเรื่องของ รองเท้า
ซึ่งเราแนะนำว่าหากไม่จำเป็นจริงๆอย่าใส่รองเท้าหนังเงาวับหรือหนังกลับ
แม้กระทั่งรองเท้าผ้าใบสีขาวก็ไม่ควรเน้นไปที่รองเท้าบู๊ตกันน้ำดีกว่า สามารถใส่ลุยได้ทุกสถานการณ์
ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นและความอับชื้นด้วย
ส่วนกระเป๋า
ที่ใช้สำหรับใส่ของของจำเป็นออกไปผจญภัยในโลกกว้างรวมถึงกระเป๋าสตางค์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นผ้าหรือหนังกลับ
อย่าลืมมองว่าที่มีคุณสมบัติกันน้ำหากต้องการให้มั่นใจว่าข้าวของคุณจะไม่ได้รับความเสียหาย
นอกนั้นจะเป็นพร็อพที่หนุ่มหล่อมักมองข้าม
เพราะคิดว่าพกไว้แล้วจะทำให้ดูไม่ฮอตไม่คูล อย่าง ร่ม
เราแนะนำให้พกติดตัวเอาไว้เถอะเพราะมีประโยชน์มากกว่าแน่นอน อย่างน้อยๆ
ก็กันฝนได้ดีกว่าเดินโถงๆ ออกไปเล่นมิวสิค วีดีโอซึ่ง ร่ม
ที่เราแนะนำให้พกแล้วจะไม่ทำลายสไตล์การแต่งตัวของหนุ่มหล่อ
ควรเป็นร่มโนสีดำหรือสีเทา
เพราะจะกลมกลืนกับสไตล์การแต่งตัวทุกแนว
แต่หากไม่ชอบก็แนะนำให้พกร่มโทนสีกลางๆ ไว้ก่อนรับรองเกิดมากกว่าพัง
ปิดท้ายที่ เสื้อกันฝนเป็นอีกหนึ่งสิ่งของที่ผู้ชายมักไม่ชอบพกพากัน
เพราะมันปกปิดสไตล์การแต่งตัว รวมถึงหน้าตาอันหล่อเหลา
แม้แต่บรรดาสิงห์บิ๊กไบค์ก็ไม่ค่อยชอบพกกัน อะไรเรื่องจริงไม่ต้องหัวเราะอย่างไรก็ตาม
หากคุณต้องการมีอะไรกันฝนไว้บ้างในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
แจ๊คเก็ตเท่ๆ ที่กันน้ำได้หรือสูทเบลเซอร์แบบไม่เป็นทางการมากนัก
สามารถช่วยปกป้องคุณจากฝนได้เป็นอย่างดีแถมมองดูมีสไตล์อีกต่างหาก…