ประวัติความเป็นมาของแบรนด์ “Supreme”

Rate this post

Supreme ก่อตั้งโดยชายหนุ่มชาวอังกฤษชื่อ James Jebbia ที่มาทำงานใน New
york ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 เขาเริ่มจากการเปิดแผงขายเสื้อผ้าและกระเป๋า vintage ใน flea
market บนถนน Spring Street ของ Manhattan ควบคู่ไปกับเป็นพนักงานร้านเสื้อผ้าชื่อ
“Parachute” ในย่าน SoHo ช่วงเวลาเดียวกับที่ Eddie Cruz เป็นพนักงานอยูที่นั่นก่อนที่
Eddie จะออกมาสร้างแบรนด์ “Undefeated” จนโด่งดังในเวลาต่อมา
และกลายเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของ James จนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้น James
ก็รู้สึกอิ่มตัวกับงานที่ทำอยู่และนำเงินเก็บมาเปิดร้านของตัวเองชื่อ “Union” บน Spring
Street ในปี 1989 เพื่อนำเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ จากอังกฤษอย่าง Duffer of St. George และ
Fred Perry มาวางขาย รวมถึงแบรนด์ streetwear ยอดฮิตในช่วงเวลานั้นอย่าง “Stüssy”
และต่อมา James ก็ออกจาก Union มาทำงานกับ Shawn Stussy ในช่วงแรกก่อตั้งร้าน
Stüssy สาขานิวยอร์คบนถนน Prince Street ในปี 1991 ซึ่ง Union
ยังคงเปิดกิจการต่อไป(โดยเจ้าของใหม่)จนกระทั่งปิดตัวลงในปี 2009
จากนั้นรีแบรนด์ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น Union LA และย้ายที่ตั้งไปเปิดทำการใน Los Angelis จนถึงปัจจุบัน
วันหนึ่ง James ไปเจอตึกว่าง ค่าเช่าถูกๆ แห่งหนึ่งในทำเลที่ค่อนข้างเงียบ
ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นจุดที่เหมาะสำหรับให้เหล่า skater มาเล่นหรือนัดพบกัน
ด้วยความชื่นชอบและการได้คลุกคลีกับ street fashion และพวก skater
มานาน(แต่ตัวเองกลับเล่นสเกตไม่เป็นเลย) James
ก็มีไอเดียที่จะสร้างร้านเสื้อผ้าสำหรับ skater ขึ้นมา
แรงบันดาลใจสำคัญสำหรับเขาก็คือ ความรู้สึกที่ว่าแบรนด์สเกตบอร์ดต่างๆ
ในช่วงนั้น แม้จะมีสินค้าเกี่ยวกับสเกตบอร์ดที่มีคุณภาพ แต่กลับไม่มีเสื้อผ้าเนื้อดีๆ
ดีไซน์เท่ๆ แบบที่เขาเห็นในแม็กกาซีนแฟชั่นสัญชาติอังกฤษอย่าง The Face และ i-D
ที่เขาชอบอ่านเลย แถมย่านนั้นยังไม่มีร้านขายสเกตบอร์ดเจ๋งๆ
จึงน่าเป็นโอกาสที่ดีในการลองทำแบรนด์เสื้อผ้าดีๆ
ขึ้นมาให้วัยรุ่นเหล่านี้ใส่ไปเล่นสเกตกัน นอกจากนี้เขายังเห็นว่า Shawn
ไม่ค่อยแฮปปี้กับธุรกิจของ Stüssy ที่โตเร็วเกินไป และ James ก็ไม่แน่ใจว่า Stüssy
จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนด้วย ในที่สุด ร้านเสื้อผ้าที่ชื่อว่า Supreme
ก็เปิดทำการบนถนน Lafayette บนเกาะ Manhattan ใน New york เมื่อปี ค.ศ. 1994 โดยที่
James ยังคงทำงานในร้าน Stüssy ไปด้วยพร้อมๆ กัน ก่อนจะออกมาลุยกับ Supreme
เต็มตัวหลังจากที่ Shawn ขายหุ้นของ Stüssy ให้คนอื่นดูแลกิจการแทนในปี 1996
ที่มาของชื่อ “Supreme” ที่แปลเป็นไทยได้ว่า “มีอำนาจสูงสุด” หรือ
“สำคัญที่สุด” นั้นไม่มีอะไรซับซ้อน James แค่คิดว่ามันเป็นชื่อที่ฟังแล้วเท่ดี
ส่วนโลโก้ “Box Logo” แสนสะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์ที่ใช้ฟอนท์ Futura Heavy Oblique
สีขาวบนพื้นสี่เหลี่ยมสีแดงนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะแนว propaganda art
ของ Barbara Kruger ที่เน้นการใช้ดีไซน์แบบเดียวกันนี้ในผลงานหลายๆ ชิ้นของเธอ
ซึ่งทำให้มันกลายเป็นโลโก้ที่ทรงพลังมากที่สุดโลโก้หนึ่งในวงการ street fashion
สินค้าล็อตแรกของ Supreme นั้น มีแค่เพียงเสื้อยืด 3 ลาย คือ “Box Logo”, “Travis
Bicker” จากภาพยนตร์ Taxi Driver ที่แสดงโดย Robert De Niro, และ “Afro Skater”
ซึ่งขายดีจนเกินคาด (เมื่อปีที่แล้ว Supreme ก็ฉลองครบรอบ 20
ปีด้วยคอลเล็คชันพิเศษ 20th Anniversary ด้วยการนำลาย Travis Bicker และ Box Logo
ที่เป็นลายเสื้อ 2 รุ่นแรกมานำเสนออีกครั้งให้แฟนๆ
ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ได้ตามสะสมกัน)
แต่หลังจากนั้นที่ร้านก็ทยอยทำเสื้อผ้าที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงนำเสื้อผ้า
รองเท้า และอุปกรณ์สเกตบอร์ดของแบรนด์อื่น เช่น Vans, Nike SB, Spitfire, Thrasher, Girl
เป็นต้น มาขายเพิ่มเติม แม้ปี 1994
ที่เริ่มเปิดร้านจะเป็นยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้แพร่หลายเช่นในปัจจุบัน แต่ Supreme
ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงสเกตบอร์ดภายในเวลาไม่นานด้วยกระแสแบบปากต่อปาก
และโปรโมทเสริมด้วยสติกเกอร์ Box Logo ที่แจกฟรีให้ลูกค้า
ซึ่งทั้งพนักงานร้านและลูกค้าแต่ละคนก็เอาไปติดบนสเกตบอร์ด ของใช้ ป้าย
และตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุง New York
จนวันหนึ่งที่มีมือดีไปติดสติกเกอร์บนโปสเตอร์โฆษณาของ Calvin Kleine เข้า Supreme
ก็เลยโดน Calvin Kleine ฟ้องร้องและเป็นเรื่องราวใหญ่โต
แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นคนทำกันแน่ Supreme จึงรอดพ้นคดี
เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องตลกที่ทำให้มีคนพูดถึง Supreme มากขึ้นแทน (แถม 10 ปีให้หลัง Supreme
ยังหยิบเอาภาพจากเหตุการณ์นี้มาพิมพ์เป็นลายเสื้อยืดรุ่นที่ระลึกครบรอบ 10 ปีของแบรนด์ในปี 2004 อีกด้วย)
ต่อมาในปี 1995 Supreme ก็เริ่มทำวิดีโอโปรโมทแรกของตัวเองในชื่อวิดีโอว่า
“A Love Supreme” ซึ่งถ่ายทอดให้เห็นบรรยากาศการเล่นสเกตบอร์ดใน New York
ยุคนั้นได้อย่างดี ผสมกับกระแสความดังของภาพยนตร์เรื่อง KIDS
ที่นักแสดงนำในเรื่องอย่าง Justin Pierce ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมสเกตของ Supreme
และช่วยส่งให้แบรนด์โด่งดัง ตั้งแต่นั้นมา Supreme
ก็ขยายอิทธิพลจากแค่วงการสเกตออกสู่ภายนอกมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งการเติบโตของฐานลูกค้าและพัฒนาการของอินเตอร์เน็ตทำให้ Supreme
เริ่มทำระบบ online shopping ขึ้นมาในปี 2003 ซึ่งทำให้มีแฟนๆ
กระจายอยู่ทั่วโลกในที่สุด
นอกจากโลโก้ตัวเองแล้ว Supreme มักหยิบดีไซน์ของแบรนด์ต่างๆ
มาทำเป็นลาย parody หรือล้อเลียนในเสื้อผ้าตัวเองอยู่บ่อยๆ ด้วย
เริ่มจากที่หยิบเอารูปแบบฟอนท์และเครื่องหมาย accent ของดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส
André Courrèges มาดัดแปลงเป็นโลโก้รุ่นพิเศษ, เสื้อยืดที่เอาโลโก้ของ Coca-Cola
มาลบคำว่า “Coca-Cola” ออกแล้วใส่โลโก้ตัวเองลงไปแทน, แผ่นสเกตบอร์ด
เสื้อและหมวกสกรีนแพทเทิร์นที่ดัดแปลงจากของ Louis Vuitton, เสื้อ varsity jacket
สกรีนโลโก้ดัดแปลงจากทีมอเมริกันฟุตบอลในลีกมหาวิทยาลัยของ NCAA, และเสื้อ
jersey ลายดัดแปลงจากโลโก้ทีมฮ็อกกี้ Chicago Black Hawks ของ NHL
แต่เพราะความกล้าที่มากเกินไปหน่อย
สามรายหลังก็เลยเอาเรื่องและจำเป็นต้องยกเลิกการวางขายสินค้ารุ่นที่ว่าไปในที่สุด

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *